วิธีเลือกปากของไมโครมิเตอร์แบบต่างๆให้เหมาะสมกับงาน
ปากของไมโครมิเตอร์ (Micrometer Anvils) มีหลายรูปแบบมากครับ เพราะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับ รูปร่างของวัตถุ ที่เราต้องการวัด เพื่อให้หน้าสัมผัสแนบสนิทที่สุดและได้ค่าที่แม่นยำ
หากแบ่งตามลักษณะการใช้งานที่พบบ่อย จะมีดังนี้ครับ:
1. ปากแบนมาตรฐาน (Flat Anvil)
เป็นแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุด หน้าสัมผัสจะเป็นวงกลมแบนราบทั้งสองด้าน
การใช้งาน: วัดวัตถุผิวเรียบทั่วไป เช่น แผ่นเหล็ก, ความหนาของชิ้นงานทั่วไป
สำหรับงานกระดาษ: จะใช้ปากแบนที่มี ขนาดหน้าสัมผัสกว้างพิเศษ เพื่อไม่ให้กดทับเนื้อกระดาษจนบุ๋มครับ
2. ปากปลายแหลม (Point Anvil)
ปลายของไมโครมิเตอร์จะมีลักษณะเรียวแหลมเหมือนเข็ม (ทำมุมประมาณ 15องศา และ 30องศา)
การใช้งาน: วัดในพื้นที่แคบๆ เช่น ร่องฟันเฟือง, ความลึกของร่องขนาดเล็ก หรือวัดความหนาของผนังท่อที่มีความโค้งจัด
3. ปากแบบจาน (Disk Anvil)
มีลักษณะเป็นจานกลมแบนขนาดใหญ่คล้ายจานบิน
การใช้งาน: วัดระยะห่างระหว่างฟันเฟือง (Root Tangent Length) หรือวัดวัสดุที่มีความอ่อนตัวสูง เช่น ยางหรือกระดาษในบางกรณี เพื่อกระจายแรงกดให้มากที่สุด
4. ปากแบบทรงกระบอก / แกนกลม (Spherical / Ball Anvil)
หน้าสัมผัสจะมีลักษณะโค้งมนหรือเป็นลูกบอลเหล็กติดอยู่
การใช้งาน: ใช้สำหรับวัด ความหนาของผนังท่อ (Tube Thickness) เพราะหน้าสัมผัสที่โค้งจะช่วยลดการคลาดเคลื่อนที่เกิดจากความโค้งของผิวท่อได้ดีกว่าหน้าแบน
5. ปากรูปตัววี (V-Anvil)
ตัวรับ (Anvil) จะเป็นรูปตัว V ส่วนตัวกด (Spindle) จะเป็นแท่งแบนหรือแหลม
การใช้งาน: ใช้สำหรับวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของเครื่องมือที่มีจำนวนคมตัดเป็นเลขคี่ เช่น ดอกสว่าน 3 แฉก หรือดอกเอ็นมิล (End Mill)
6. ปากแบบหน้าแคบ (Blade Anvil)
ปลายสัมผัสจะมีลักษณะแบนบางเหมือนใบมีด
การใช้งาน: ใช้สอดเข้าไปวัดความลึกของร่องที่แคบมากๆ ซึ่งปากแบบมาตรฐานเข้าไม่ถึง