วิธีเลือกใช้เครื่องมือวัดความหนาสีที่เคลือบบนวัสดุที่แตกต่างกัน
เครื่องมือวัดความหนาสี (Coating Thickness Gauge) หลักๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะของผิววัสดุชิ้นงาน (Substrate) ที่เราไปวัดครับ เพราะตัวเครื่องมือจะใช้หลักการทางฟิสิกส์ที่แตกต่างกันเพื่อให้วัดค่าได้แม่นยำที่สุด ดังนี้ครับ:
1. เครื่องมือวัดความหนาสีแบ่งตามระบบการทำงาน
แบบที่ 1: ระบบ Magnetic Induction (ประเภท F - Ferrous)
ใช้กับวัสดุประเภท: โลหะที่มีสารแม่เหล็ก เช่น เหล็ก หรือเหล็กกล้า
หลักการทำงาน: ตัวเครื่องจะปล่อยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าลงไปบนผิวเหล็ก ความหนาของสีที่เคลือบอยู่จะทำหน้าที่เป็นช่องว่าง (Air Gap) ยิ่งสีหนา สนามแม่เหล็กก็ยิ่งอ่อนลง เครื่องจึงคำนวณออกมาเป็นความหนาของฟิล์มสีได้
ตัวอย่างการใช้งาน: วัดสีพ่นตัวถังรถยนต์ (ที่เป็นเหล็ก), วัดสีเคลือบโครงสร้างเหล็ก, ถังน้ำมัน
แบบที่ 2: ระบบ Eddy Current (ประเภท N - Non-Ferrous)
ใช้กับวัสดุประเภท: โลหะที่ไม่มีสารแม่เหล็ก (แต่ตัวมันเองนำไฟฟ้าได้) เช่น อลูมิเนียม, ทองแดง, ทองเหลือง, สเตนเลสบางเกรด
หลักการทำงาน: ตัวเครื่องจะสร้างกระแสสลับความถี่สูง ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าววน (Eddy Current) บนผิวโลหะ ความหนาของสีที่กั้นอยู่จะส่งผลต่อการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าชนิดนี้ เครื่องจะแปลค่าออกมาเป็นความหนาของสี
ตัวอย่างการใช้งาน: วัดสีพ่นบนล้อแม็กอลูมิเนียม, ชิ้นส่วนเครื่องบิน, แผ่นคอมโพสิต
💡 เกร็ดความรู้: ปัจจุบันนิยมใช้เครื่องแบบ FN (Dual Function) ซึ่งรวมทั้งสองระบบไว้ในเครื่องเดียว มันจะสแกนและสลับโหมดให้อัตโนมัติเลยว่าชิ้นงานนั้นเป็นเหล็ก (F) หรืออลูมิเนียม (N) สะดวกมากครับ
แบบที่ 3: ระบบ Ultrasonic (คลื่นความถี่สูง)
ใช้กับวัสดุประเภท: อโลหะ เช่น พลาสติก, ไม้, คอนกรีต, แก้ว, หรือไฟเบอร์กลาส
หลักการทำงาน: ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงทะลุชั้นสีลงไป และวัดระยะเวลาที่คลื่นสะท้อนกลับมาจากผิวของวัสดุด้านล่าง
ตัวอย่างการใช้งาน: วัดความหนาสีกันชนพลาสติกรถยนต์, วัดสีทาผนังปูน, วัดสารเคลือบบนไม้เฟอร์นิเจอร์
จุดเด่นเพิ่มเติม: สามารถวัดความหนาของสีที่เคลือบซ้อนกันหลายๆ ชั้น (Multi-layer) แยกทีละชั้นได้ด้วย
2. ตารางสรุปการเลือกใช้ตามประเภทวัสดุเคลือบ
เพื่อให้เห็นภาพและนำไปใช้งานได้ง่ายที่สุด ดูตามตารางนี้ได้เลยครับ:
| วัสดุชิ้นงานด้านล่าง (Substrate) | ประเภทสี/สารที่เคลือบด้านบน | ระบบเครื่องวัดที่ต้องเลือกใช้ |
| เหล็ก / เหล็กกล้า | สี, พลาสติก, สังกะสี (Galvanized), โครเมียม, ยาง | Magnetic Induction (F) |
| อลูมิเนียม / ทองแดง / ทองเหลือง | สี, พ่นพาวเดอร์โค้ท (Powder), อโนไดซ์ (Anodize), ยาง | Eddy Current (N) |
| พลาสติก / ไฟเบอร์กลาส / ไม้ / ปูน | สี, แลคเกอร์, เจลโค้ท, สารเคลือบเงา | Ultrasonic |
3. เครื่องวัดประเภทอื่นๆ (สำหรับงานเฉพาะทาง)
นอกจาก 3 ระบบหลักข้างต้นแล้ว ยังมีเครื่องมือวัดความหนาสีในรูปแบบอื่นอีก เช่น:
Wet Film Gauge (หวีวัดความหนาสีจริง): เป็นแผ่นโลหะรูปหวีที่มีซี่ๆ ใช้จุ่มลงบนสีที่ยังไม่แห้ง เพื่อเช็คความหนาก่อนที่สีจะเซ็ตตัว
Destructive Gauge (เครื่องวัดแบบทำลายผิว): ใช้ใบมีดกรีดชั้นสีเป็นมุมเฉียง แล้วใช้กล้องกำลังขยายส่องนับขีด scale เพื่อคำนวณความหนา (มักใช้เมื่อวิธีอื่นวัดไม่ได้จริงๆ เพราะผิวงานจะเสียหาย)
ทริคในการเลือกซื้อ: ถ้าเน้นงานอู่พ่นสีรถยนต์ทั่วไป เลือกแบบ FN (Dual) ตัวเดียวจบครับ แต่ถ้าต้องวัดงานพลาสติกหรือปูนด้วย จำเป็นต้องขยับไปเล่นตัว Ultrasonic ครับ
หากคุณมีวัสดุเฉพาะเจาะจงที่กำลังต้องการจะวัด สามารถบอกประเภทวัสดุมาได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมช่วยดูให้ว่าใช้แบบไหนคุ้มที่สุดครับ!
สอบถามเครื่องมือเพิ่มเติมได้ที่ 081-8141603